หลังจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประกาศขายเครื่องบินแอร์บัส A380 พร้อมเครื่องยนต์ ทั้งหมด 6 ลำ ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2566 บนเว็บไซต์ thaiaircrafttrading.com หลังไม่มีแผนนำกลับมาใช้งาน และจอดทิ้งไว้ตั้งแต่ช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
ล่าสุดมีรายงานว่าบริษัท ได้ทำข้อตกลงซื้อขายกันเรียบร้อยตั้งแต่ 2-3 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างกระบวนการส่งมอบให้กับเจ้าของใหม่ และรอผู้บริหารแถลงยืนยันอีกครั้ง
ทั้งนี้ "การบินไทย" มีมติจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัส A380 เมื่อปี 2547 ในยุคที่มี นายกนก อภิรดี เป็นกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ และนายทนง พิทยะ เป็นประธานกรรมการบริษัท ในราคาอยู่ที่ลำละ 500,000 เหรียญสหรัฐ รวมเป็นเงิน 3,000,000 เหรียญสหรัฐ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทขณะนั้นประมาณ 32 บาทต่อดอลลาร์ หากคำนวณตามเรตนี้มูลค่ารวมคร่าว ๆ ที่ซื้อมาก็น่าจะประมาณ 96,000 ล้านบาท
สำหรับเครื่องบินแอร์บัส A380 เป็นเครื่องบินขนาดใหญ่ ขนผู้โดยสารได้กว่า 500 คนต่อเที่ยว ในระบบ 4 เครื่องยนต์ ทำให้มีปริมาณการสิ้นเปลืองพลังงานที่สูงมากเมื่อเทียบกับรุ่นใหม่ ๆ ที่ทยอยออกสู่ตลาด
ขณะเดียวกันนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เนื่องจากรูปแบบของเครื่องบินไม่สอดรับกับสภาพตลาดปัจจุบัน ทั้งราคาน้ำมัน พฤติกรรมการเดินทางของผู้โดยสาร
ไม่เพียงเท่านี้ แอร์บัส A380 ยังมีค่าบำรุงรักษาที่สูงถึงหลักพันล้านบาท ซึ่งคณะผู้บริหารประเมินแล้วว่าไม่คุ้มค่าหากต้องซ่อมบำรุงกลับมาใช้งานอีกครั้ง หลังจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมาเครื่องบินรุ่นนี้ถูกจอดไว้ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น