การนำลูกหนี้เข้าสู่ระบบ คือการช่วยเหลือที่ถูกต้องที่สุด


                    “การนำลูกหนี้เข้าสู่ระบบ คือการช่วยเหลือที่ถูกต้องที่สุด เพราะเมื่อเขาเข้าสู่ระบบไม่ว่าจะมาจากกรณีที่ศาลมีคำสั่งบังคับคดีให้เขาเริ่มชำระหนี้ หรือมาจากการที่เขาเดินเข้ามาเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ หมายความว่าเบี้ยปรับก็จะ “หยุดเดิน” และจะเริ่มเห็นชัดเจนว่าวงเงินต้นมีเท่าไหร่ อัตราดอกเบี้ยมีอยู่เท่าไหร่ และเราจะช่วยเหลือเขาอย่างไรได้บ้าง”


                    “เมื่อลูกหนี้สามารถผ่อนชำระจนเป็นลูกหนี้ “ชั้นดี” ได้อัตราดอกเบี้ย และส่วนลดต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้น ยิ่งเมื่อเข้าถึงช่วงสุดท้ายก็จะยิ่งมีส่วนลดสูงมากๆ เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาปิดหนี้ เมื่อเขาปิดหนี้ได้เขาก็กลับเป็นผู้ที่มีเครดิตปกติ สามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้อีกครั้ง”




    นายบัณฑิต อนันตมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM ผู้นำธุรกิจบริหารจัดการหนี้ (AMC) ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ฉายภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยว่า แม้จะเริ่มฟื้นตัวได้ต่อเนื่องหลังสิ้นสุดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 แต่ยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเปราะบาง พร้อมอ้างอิงรายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เปิดเผยภาพรวมหนี้ครัวเรือนของประเทศไทย ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 91% ขยับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 76%

    หนี้ครัวเรือนที่อยู่สูงถึง 91% ส่วนมากเป็นหนี้การบริโภค และลูกหนี้ก็ยังคงมีรายได้ทางเดียว และเป็นรายได้คงที่ ดังนั้นเมื่อมีรายได้เข้ามา ก็ต้องเก็บเงินไว้กินไว้ใช้ก่อนที่จะนำเงินไปชำระหนี้ หรือบางกลุ่มก็แบ่งเงินชำระหนี้ขั้นต่ำ เพื่อให้สินเชื่อบัตรกดเงินสดยังสามารถกดเงินออกมาใช้ได้ ไว้เป็นสภาพคล่องระยะสั้น ซึ่งก็ดึงกันไป ดึงกันมาไม่สามารถปิดหนี้ได้ แต่ก็ไม่สามารถใช้จ่ายได้อย่างเต็มที่ สรุปหนี้ก็ไม่ลด และก็ยังไม่มีกินไม่มีใช้”



    และหนี้อีกก้อนที่ยังน่ากังวล คือ หนี้ในระบบสถาบันการเงิน ทั้งหนี้ของกลุ่มวิสาหกิจขนาดกลาง-ขนาดย่อม (SMEs), ผู้ประกอบธุรกิจที่นำทรัพย์มาค้ำประกันเพื่อนำเงินไปเสริมสภาพคล่อง รวมถึงประชาชนที่กู้ กู้ซื้อรถ กู้ซื้อบ้านที่ไม่สามารถผ่อนชำระได้ตามสัญญา ซึ่งเมื่อค้างชำระเกินกำหนดที่ระบุในสัญญาสถาบันการเงินเหล่านั้นก็จะพิจารณาคัดหนี้บางส่วนออกมาขายให้กับ AMC นำมาบริหารจัดการต่อ

    “แล้วก็ยังมีหนี้ที่อยู่นอกระบบอีก ซึ่งก็ไม่สามารถประเมินได้เลยว่ามีสัดส่วนสูงแค่ไหน ทั้งหมดนี้คือปัจจัยฉุดรังศักยภาพการใช้จ่ายภาคครัวเรือน เมื่อคนไม่มีเงินใช้ ก็ไม่มีเม็ดเงินไหลเข้าไปหมุนเวียนในระบบ จะมาบอกว่าท่องเที่ยวฟื้นตัว ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวนำเงินมาใช้จ่าย แต่คนส่วนใหญ่ที่สุดของประเทศก็ยังไม่มีรายได้เพิ่มไง เม็ดเงินมันไม่พอหมุนฟันเฟืองของวัฏจักรเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเต็มที่”



ปรับกลยุทธ์เชิงรุก

            สถานการณ์แบบนี้ BAM จึงต้องปรับนโยบายและกลยุทธ์การบริหารจัดการหนี้ ทั้ง “หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้” (NPL) และ “ทรัพย์สินรอการขาย” (NPA) ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ดังกล่าว โดย NPL นั้นจะเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผู้ที่เข้ามาปรับโครสร้างหนี้ให้มากขึ้น ล่าสุดได้พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% เป็นระยะเวลา 6 เดือน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 30 พฤศจิกายน 2567 โดยอัตโนมัติให้กับลูกหนี้ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นไปตามเงื่อนไขที่ BAM กำหนด

            แต่กับลูกหนี้ที่ไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ตระหนักถึงภาระหนี้สินที่ยังคงอยู่ ก็จะยื่นฟ้องศาลเพื่อให้ศาลมีคำสั่งให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการผ่อนชำระหนี้ดังกล่าวผ่านกรมบังคับคดี หรือเข้ามาเจรจาเข้าสู่กระบวนการประนอมหนี้ ให้ลูกหนี้เริ่มผ่อนชำระโดยเร็ว

            “การเพิกเฉยต่อหนี้สินที่มีส่งผลร้ายแรงต่อลูกหนี้เพราะอัตราดอกเบี้ยจะเดินในระดับสูงสุดอยู่อย่างนั้นเมื่อครบ 1 ปีอัตราดอกเบี้ยที่สูงก็จะกลายเป็นเงินต้น ฐานเงินต้นก็สูงขึ้นดอกเบี้ยก็จะเดินบนฐานเงินต้นใหม่นั้นทบไปเรื่อยๆ ไม่จบตราบใดที่ลูกหนี้ยังไม่เริ่มผ่อนชำระ"

            ดังนั้นเราจะนำลูกหนี้กลุ่มนี้เข้าสู่กระบวนการทางกฏหมาย ใช้กฏหมายกระตุ้นให้เข้ามาเจรจาประนอมหนี้ เพราะเมื่อเริ่มต้นการพูดคุยทั้งเจ้าหนี้ และลูกหนี้ก็จะได้รู้แล้วว่ามูลหนี้เงินต้นที่แท้จริงมีมูลค่าเท่าไหร่ ของเก่าผ่อนมากี่งวด ที่อัตราดอกเบี้ยเท่าไหร่ ส่วนที่เป็นเบี้ยปรับรวมแล้วเท่าไหร่ เมื่อแยกได้ก็จะเริ่มผ่อนชำระเบี้ยปรับก็จะสิ้นสุดลง


 

                “และเมื่อลูกหนี้สามารถผ่อนชำระจนเป็นลูกหนี้ “ชั้นดี” ได้อัตราดอกเบี้ย และส่วนลดต่างๆ ก็จะเพิ่มขึ้น ยิ่งเมื่อเข้าถึงช่วงสุดท้ายก็จะยิ่งมีส่วนลดสูงมากๆ เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาปิดหนี้ เมื่อเขาปิดหนี้ได้เขาก็กลับเป็นผู้ที่มีเครดิตปกติ สามารถทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ได้อีกครั้ง”


                สำหรับทรัพย์สินรอการขาย (NPA) BAM ก็จะนำมาจัดโปรโมชั่นพิเศษดึงดูดผู้สนใจเข้ามาเลือกซื้อทรัพย์ ซึ่งมีจุดเด่นคืออสังหาริมทรัพย์ของ BAM กระจายอยู่ทุกทำเลทั่วประเทศ โดยเฉพาะทำเลศักยภาพ บ้านในโครงการต่างๆ ซึ่ง ณ ปัจจุบันปิดการขายไปแล้ว หรือโครงการใหม่ๆ ก็มีราคาสูงมากตามความต้องการอยู่อาศัยในแต่ละทำเล ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกันการซื้อบ้านมือสองจาก BAM ก็ได้ราคาที่ดีกว่า พร้อมกันนี้ยังเสนอแนวทางให้ทั้งการซื้อไปปรับปรุง (Renovate) เอง และการซื้อบ้านที่ BAM ปรับปรุงให้เสร็จเรียบร้อยพร้อมเข้าอยู่ได้ทันที

                “องค์กรของเรามีบุคลากรที่มีความชำนาญหลากหลายด้านเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ดังนั้นการติดต่อดีลเลอร์จัดหาช่างผู้ชำนาณเข้ามาปรับปรุงบ้าน สั่งซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ปั๊มน้ำ แท็งกักเก็บน้ำ ฯลฯ จึงจะได้ราคาที่เหมาะสมกว่าดังนั้นผู้ที่ต้องการมองหาที่อยู่อาศัยก็สามารถเข้ามาเลือกซื้อบ้าน BAM ได้และยังสามารถผ่อนชำระกับ BAM ได้โดยตรงอีกด้วย”

                พร้อมกันนี้ยังเร่งบริหารจัดกลุ่มลูกหนี้ Clean Loan โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่บริหารเอง กับกลุ่มที่ให้ทนายนอก/Collector บริหารจัดการ เพื่อลดเวลาในการติดตามหนี้ และปัจจุบัน BAM ได้เร่งสร้างระบบการให้บริการลูกค้าบน Online Platform โดยมีระบบการชำระเงิน และ E-TDR (การปรับโครงสร้างหนี้ออนไลน์) ด้วยการจัดทำ BAM Mobile Application ระบบจองทรัพย์/ชำระเงิน และระบบตรวจสอบภาระหนี้/ชำระหนี้

                รวมถึงการบริหารจัดการข้อมูล DATA Management Dashboard ด้วยการสร้างศูนย์ข้อมูลกลาง (DATA Center) เพื่อให้สามารถใช้ข้อมูลสำคัญขององค์กรและรายงานต่างๆ จากแหล่งเดียวกันและยังช่วยในการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาชำระหนี้ และทีสำคัญสามารถออกแบบแผนสำหรับประนอมหนี้ออนไลน์ที่เหมาะสมกับตนเองได้ โดยนำ AI มาช่วยในการวิเคราะห์ลูกหนี้ ทำให้สามารถจำแนกลูกหนี้กลุ่มต่างๆ เพื่อหาแนวทางในการบริหารจัดการที่เหมาะสม











ความคิดเห็น