
สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯออกกฎหมายปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นส่วนตัว เสรีภาพทางการเงิน
การพัฒนาดอลลาร์ดิจิทัลของธนาคารกลาง CBDC เผชิญอุปสรรค อำนาจธนาคารในการออกดอลลาร์ดิจิทัลของธนาคารกลางลดลง ผลของกฎหมายต่อต้านการสอดส่องจาก CBDC ต่อนวัตกรรมการเงินดิจิทัลประเมินดุลยภาพใหม่การเมืองไทยหลังเกมแห่งอำนาจนอกวิถีประชาธิปไตยแบบรัฐสภาเดินหน้า เสถียรภาพลดลง ถ่วงดุลมากขึ้นหวั่นกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน เพิ่มความเสี่ยงทางการเมือง สั่นคลอนเสถียรภาพรัฐบาล กระทบเศรษฐกิจระยะสั้นและยาวจากความไม่แน่นอน
ตอนนี้กฎหมายป้องกันการสอดส่องจาก CBDC ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐอเมริกามาแล้วด้วยคะแนนเสียง 213 ต่อ 192 ขั้นต่อไปก็จะมีการพิจารณาในชั้นวุฒิสภา หากผ่านทั้งสองสภา เมื่อประธานาธิบดีลงนามแล้วก็ประกาศบังคับใช้ ประเมินเบื้องต้น กฎหมายนี้ จะทำให้ธนาคารกลางมีบทบาทจำกัดลงมาก ระบบการเงินโลกในอนาคตอาจหันไปใช้ระบบ Free Banking มากขึ้น ความก้าวหน้าของระบบการเงินแบบกระจายศูนย์จะเกิดขึ้นในประเทศที่มีค่านิยมแบบประชาธิปไตยและเคารพในเสรีภาพส่วนบุคคล เราเห็นตัวอย่าวได้ในหลายประเทศในยุโรป และ สิงคโปร์ ขณะที่ ในประเทศที่มีค่านิยมแบบอำนาจนิยม เงินดิจิทัลจะออกโดยธนาคารกลาง แทนที่ระบบการเงินจะกระจายศูนย์มากขึ้น ประเทศกลุ่มนี้จะใช้เทคโนโลยีทางการเงินทำให้เกิดการรวมศูนย์ที่ธนาคารกลางมากขึ้นกว่าเดิม ธนาคารกลางจะมีอำนาจมากขึ้นและสามารถสอดส่องธุรกรรมทางการเงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก เมื่อมีการใช้เทคโนโลยี Distributed Ledger Technology (DLT) จะมีบทบาทมากขึ้นกว่าเดิมผ่าน CBDC ปรากฎการณ์เหล่านี้ เราเห็นตัวอย่างได้ในประเทศจีน
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การเงินและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวต่อว่า การที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯออกกฎหมายปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล ความเป็นส่วนตัว เสรีภาพทางการเงินป้องกันการสอดส่องจาก CBDC ที่ออกโดย Fed อาจจะทำให้หลายประเทศดำเนินการตาม การพัฒนาดอลลาร์ดิจิทัลของธนาคารกลาง CBDC เผชิญอุปสรรค อำนาจธนาคารในการออกดอลลาร์ดิจิทัลของธนาคารกลางลดลงและต้องขออนุมัติจากรัฐสภา ผลของกฎหมายต่อต้านการสอดส่องจาก CBDC ต่อนวัตกรรมการเงินดิจิทัลยังไม่ชัดเจน แต่การปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลด้านการเงินนั้นสอดคล้องกับระบบเงินสกุลคริปโตและเทคโนโลยีบล็อกเชนที่ต้องการให้มีการกระจายอำนาจทางการเงินและรักษาความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม การกำกับควบคุมโดยธนาคารกลาง การเปิดเผยข้อมูลทางการเงินบางครั้งก็มีความสำคัญในป้องกันธุรกรรมทางการเงินจากกิจกรรมผิดกฎหมาย ความเสี่ยงต่อการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลและประเด็นเรื่องความมั่นคง สื่อสังคมออนไลน์และเทคโนโลยีทางด้านข้อมูลสามารถรวบรวมข้อมูลลูกค้า ประวัติการทำธุรกรรมต่างๆอย่างละเอียด พฤติกรรมในการใช้ชีวิต การบริโภคสินค้าและการใช้บริการ ข้อมูลเหล่านี้สามารถนำมาสร้างโปรไฟล์และอัลกอริทึมคาดการณ์เพื่อเข้าพฤติกรรมในอดีตและอนาคตของผู้บริโภค ผู้บริโภคบางคนมองว่าศักยภาพของ AI เป็นเหมือนเครื่องมือที่เปิดให้ปรับเปลี่ยนบริการและสินค้าตามความต้องการเฉพาะบุคคล (Personalization)จำนวนมากๆได้พร้อมกัน เรียกว่า สามารถทำ Mass Customization ได้นั่นเอง
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า บทบาทของ “เงินดอลลาร์” ในระบบการเงินโลกก็ลดลง การไม่รีบปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดขึ้นจากปัจจัยเงินเฟ้อเท่านั้น แต่สหรัฐอเมริกายังเผชิญ De-Dollarization จากการที่ธนาคากลางทั่วโลกลดการถือครองดอลลาร์และหันมาถือทองคำในทุนสำรองระหว่างประเทศมากขึ้น ยังมีอุปทานเงินดอลลาร์จำนวนมากในตลาดการเงินและสหรัฐอเมริกามีการทำขาดดุลงบประมาณอย่างต่อเนื่อง การไม่ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็เป็นไปเพื่อการประคับประคองไม่ให้ดอลลาร์อ่อนค่าลงมากเกินไปด้วย เพื่อจูงใจให้คนถือเงินดอลลาร์จากอัตราผลตอบแทนดอกเบี้ย การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯในปีนี้น่าจะเกิดขึ้นในระดับที่เล็กลงและช้ากว่าตลาดคาดการณ์ โดยอาจปรับลดลงหนึ่งหรือสองครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง หรือ อาจไม่มีการปรับลดดอกเบี้ยลงเลยในปีนี้ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ สนับสนุนเงินดอลลาร์ชะลอการลดการถือครองดอลลาร์ของธนาคารกลางประเทศต่างๆ ดึงดูดเงินทุนไหลเข้า รักษาความสามารถในการกู้ยืมเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณและหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาล 35.6-35.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทางด้านประเทศไทย ขณะนี้เรามีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง 2.259 แสนล้านดอลลาร์ และ ยังมีการถือครองทองคำมากขึ้นและเพิ่มสัดส่วนของทองคำในทุกสำรองระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นตามลำดับจากระดับ 15,982 ล้านดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 มาอยู่ที่ระดับ 17,237 ล้านดอลลาร์ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2567
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจดิจิทัล การเงินและการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์การลงทุนและเศรษฐกิจของไทยจะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางการเมืองจากศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ต้องติดตามและประเมินว่า ดุลยภาพใหม่การเมืองไทยหลังเกมแห่งอำนาจนอกวิถีประชาธิปไตยแบบรัฐสภาจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร แต่ช่วงรอผลการตัดสินใจของศาลรัฐธรรมนูญ นักลงทุนในตลาดการเงินจะชะลอการลงทุนเพื่อรอความชัดเจน เสถียรภาพทางการเมืองลดลง อาจมีการถ่วงดุลเชิงอำนาจมากขึ้นจากอำนาจที่ไม่ได้มาจากเสียงของประชาชน
รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากมีการใช้กลไกขององค์กรอิสระ (ที่ไม่อิสระ) และ กลไกระบบยุติธรรม (ที่ไม่ยุติธรรม) ภายใต้รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจอย่างไม่เป็นธรรมและไร้มาตรฐานแล้วในการตัดสินคดีทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น อาจจะนำมาสู่ “วิกฤตการณ์ทางการเมือง” รอบใหม่ได้ ภาวะดังกล่าวหากพัฒนาไปสู่ความรุนแรงจะกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนมาก อาจมีการย้ายฐานการผลิตออกจากไทยมากขึ้น วิกฤติการเมืองรอบใหม่สั่นคลอนไม่เพียงแต่เสถียรภาพรัฐบาลเท่านั้น อาจส่งผลสะเทือนต่อระบบการเมืองและระบอบประชาธิปไตยอีกด้วย ความมีเสถียรภาพทางการเมืองเป็นหลักประกันขั้นต้นของความมั่นคงทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน ชนชั้นนำผู้อยู่ในวังวนของเกมแห่งการช่วงชิงอำนาจพึงรำลึกว่า ต้องไม่เล่นเกมจนกระทั่งสร้างความเสียหายต่อระบบต่างๆของประเทศและความเดือดร้อนต่อประชาชน การเล่นเกมช่วงชิงอำนาจของชนชั้นนำต้องหาจุดดุลยภาพใหม่เพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์เชิงบวก (Positive-sum game) ไม่ใช่ Zero-sum game
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น