BAM คาดผลเรียกเก็บเงินสดโค้งสองเติบโตได้ต่อเนื่องหลังลูกหนี้ NPL กลับมาผ่อนชำระได้ปกติ ขณะที่ยอดขาย NPA ยังเติบโตได้ดีหลังสามารถปรับกลยุทธ์แก้ปัญหาการปฏิเสธสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ ทั้งยังเดินหน้าจัดแคมเปญกระตุ้นยอดขาย มั่นใจผลเรียกเก็บทั้งปีชนเป้า 2 หมื่นล้านบาท ด้านนักวิเคราะห์คาดการณ์ Net Income ทั้งปี 2567 เพิ่มขึ้น 24.84% YoY ทั้งยังได้ปัจจัยหนุนจาก JV AMC ในอนาคตแนะ “ถือ” เป้า 10.50 บาท
นายรฐนนท์ ฟูเกียรติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด และ ผู้อำนวยการกลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์ผลการเรียกเก็บเงินสดงวดไตรมาส 2/2567 มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องทั้งเมื่อเทียบกับงวดไตรมาส 1/2567 (QoQ) และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน (YoY) หนุนจากความสามารถในการผ่อนชำระที่ดีขึ้นของลูกหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) และความสามารถในการจำหน่ายทรัพย์รอการขาย (NPA) ที่ยังคงรักษาศักยภาพการทำกำไรไว้ได้ในระดับที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลเรียกเก็บเงินสดช่วงครึ่งแรกของปี 2567 (1H67) มีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่าช่วงครึ่งแรกของปี 2566 (1H66) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
“ลูกหนี้รายใหญ่ที่ขอชะลอการผ่อนชำระออกไป สามารถกลับมาผ่อนชำระได้ต่อเนื่องส่งผลให้ผลเรียกเก็บในฝั่ง NPL ดีขึ้น เรียกว่าพ้นจุดต่ำสุดขึ้นมาแล้ว ขณะที่ทางฝั่ง NPA ก็ยังทำได้ดีอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าบริษัทจะนำทรัพย์บางส่วนมาจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขาย แต่ราคาขาย NPA โดยเฉลี่ยยังคงอยู่ที่ราว 90-95% ของราคาประเมิน ซึ่งสะท้อนว่าไม่ได้กระทบต่อศักยภาพการทำกำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ”
ขณะเดียวกันบริษัทยังคงคัดทรัพย์ NPA คุณภาพดี บนทำเลศักยภาพมาจัดโปรโมชั่น ควบคู่กับการมอบข้อเสนอพิเศษในแคมเปญครบรอบ 25 ปีกระตุ้นการการตัดสินใจซื้อของทั้งประชาชนทั่วไป และนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการซื้อทรัพย์ไปพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดได้เปิดโอกาสให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายสามารถผ่อนชำระตรงกับบริษัท โดยให้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงเฉลี่ยจากสถาบันการเงิน หรืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายย่อยชั้นดี (MRR) ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 7.4% ได้ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถรีไฟแนนซ์ไปผ่อนกับสถาบันการเงินได้ เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อแล้วอีกด้วย
“จากแนวโน้มสัญญาณความเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่มีมากขึ้น ทำให้มีลูกค้าเป้าหมายที่สนใจซื้อทรัพย์ NPA ของบริษัทบางส่วนแต่ขอสินเชื่อไม่ผ่าน บริษัทจึงแก้ปัญหาโดยให้ลูกค้าสามารถผ่อนชำระโดยตรงกับบริษัทได้ และยังเปิดโอกาสให้กลับไปผ่อนกับสถาบันการเงินได้อีกด้วยหากสามารถขอสินเชื่อได้ในอนาคต ส่งผลต่อยอดขาย NPA ได้ระดับหนึ่ง”
พร้อมกันนี้ บริษัทได้นำเทคโนโลยี และแพลตฟอร์มที่ทันสมัยเข้ามาสนับสนุนการดำเนินงานของพนักงาน ทั้งการกำหนดกลยุทธ์การตลาด, การกำหนดโปรโมชั่น – แคมเปญที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะเจาะจงได้อย่ามีประสิทธิภาพ
เบื้องต้นคาดการณ์ผลการดำเนินงานช่วงครึ่งหลังของปี 2567 (2H67) มีแนวโน้มเร่งตัวได้ดีกว่าช่วงครึ่งแรกของปี (1H67) ที่ผ่านมา หนุนจากช่วงไฮ ซีซั่นของธุรกิจ โดยยังคงเป้าผลเรียกเก็บทั้งปี 2567 ไว้ที่ 2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น NPL ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และ NPA ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท
แนะ “ถือ” เป้า 10.50 บาท
บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ยอดเก็บเงินสดงวดไตรมาส 2/2567 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หนุนจากการเจรจาซื้อขายที่เจรจาค้างอยู่ในไตรมาส 1/2567 จะมีข้อสรุปภายในไตรมาส 2/2567 เบื้องต้นคาดว่ายอดเก็บเงินสดจะอยู่ที่ราว 4.5 พันล้านเพิ่มขึ้นจาก 3.5 พันล้านบาทในไตรมาส 1/2567 ซึ่งหากเป็นไปตามประมาณการยอดเก็บเงินสดช่วงครึ่งแรกของปี 2567 (1H67) จะอยู่ที่ 8.5 พันล้านบาท คิดเป็นราว 43-45% ของเป้าทั้งปี 2567 ที่บริษัทตั้งไว้ เบื้องต้นประมาณการรายได้สุทธิ (Net Income) ทั้งปี 2567 ที่ 1,915 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.84% YoY และเพิ่มขึ้น 37.75% YoY แตะ 2,242 ล้านบาทในปี 2568 จากส่วนแบ่งกำไร Ari-AMC โดยแนะนำ “ถือ” เป้า 10.50 บาท

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น