PTT เผย Q2/67 มีกำไร 35,469 ลบ. โต 76.4% รับกลุ่มสำรวจปิโตรเลียม - ปิโตรเคมี -การกลั่นหนุน พร้อมมีกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์อีก 5.4 พันลบ. หนุน 6 เดือนมีกำไร 64,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4%
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/67 มีกำไร 35,469 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.4% จากงวดเดียวกันปี 66 ที่มีกำไร 20,107 ล้านบาท
ในไตรมาส 2/67 มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ต้นทุนทางการเงิน และภาษีเงินได้ (EBITDA) 115,334 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22,709 ล้านบาท หรือ24.5% จากไตรมาส 2/66 โดยหลักจากกลุ่มธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่มีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น จากปริมาณขายเฉลี่ยและราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่นมีผลการดำเนินงานเพิ่มขึ้น ทั้งจากกลุ่มโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์โดยกลุ่มโอเลฟินส์เพิ่มขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เอทิลีนกับวัตถุดิบ รวมทั้งปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น และกลุ่มอะโรเมติกส์เพิ่มขึ้นจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์เบนซีน
สำหรับธุรกิจการกลั่นเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยหลักจากกำไรสต๊อกน้ำมที่เพิ่มขึ้นซึ่งปตท. และบริษัทย่อยมีกำไรสต๊อกน้ำมันใน Q2/67 ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากขาดทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท ใน Q2/66
มีการรับรูร้ายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ (Non-recurring Items) สุทธิภาษีตามสัดส่วนของปตท. เป็นกำไรประมาณ 5,400 ล้านบาท โดยหลักจากกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ให้บริษัท พีอีแอลเอ็นจี จำกัด (PE LNG) ของบริษัท พีทีทีแอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) และกำไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ของ บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (GC) และบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) (TOP)
ส่วนงวด 6 เดือนปี 67 มีกำไร 64,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.4% จากงวดเดียวกันปี 66 ที่มีกำไร 47,962 ล้านบาท โดยในงวดนี้ ปตท. และบริษัทย่อยมีกําไรสุทธิเพิ่มขึ้น จาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น และมีการรับรู้รายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจํา (Non-recurring Items) สุทธิภาษีตามสัดส่วน ของ ปตท. เป็นกําไรประมาณ 10,000 ล้านบาท โดยหลักจากกําไรจากการขายเงินลงทุนใน AMOLH กําไรจากการจําหน่ายสินทรัพย์ให้ บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จํากัด (PE LNG) ของ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จํากัด (PTTLNG) และ กําไรจากการซื้อคืนหุ้นกู้ของ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน) (GC) และ บริษัท ไทยออยล์ จํากัด (มหาชน) (TOP)
โดย ฐานะการเงินของ ปตท. และบริษัทย่อย ณ 30 มิ.ย.67 มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้นจํานวน 3,618,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จํานวน 157,955 ล้านบาท หรือ 4.6% จาก ณ 31 ธันวาคม 2566 ที่มีสินทรัพย์รวมจํานวน 3,460,462 ล้าน บาท โดยหลักจากสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น จากปัจจัยทั้งด้านปริมาณและราคาที่เพิ่มขึ้น เงินให้ กู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น โดยหลักจากเงินให้กู้แก่ Renewable Energy Seagreen Holdco Limited (RESH) ของ PTTEP และ PE LNG ของ บริษัท ปตท. ศูนย์บริหารเงิน จํากัด (PTT TCC) เงินลงทุนระยะยาวที่เพิ่มขึ้นจาก การเปลี่ยนสถานะเงินลงทุนใน PE LNG จากบริษัทย่อยเป็นการร่วมค้า และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น โดยหลักจากสินทรัพย์เพื่อการสํารวจและผลิตปิโตรเลียมในโครงการ Ghasha โครงการ G1/61 และ G2/61 ของ PTTEP และงานระหว่างก่อสร้างในโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project: CFP) ของ TOP
แม้ว่า มีการขายสินทรัพย์ LNG Receiving Terminal แห่งที่ 2 (LMPT2) ของ PTTLNG ให้ PE LNG ณ 30 มิ.ย.67 มีหนี้สินรวมทั้งสิ้นจํานวน 1,901,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 65,840 ล้านบาท หรือ 3.6% จาก ณ 31 ธ.ค.66 ที่มีหนี้สินรวมจํานวน 1,835,486 ล้านบาท โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้นตามปริมาณซื้อ และราคาที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นโดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะสั้น และหนี้ และหนี้สินตาม สัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ ณ 30 มิ.ย.67 มีส่วนของผู้ถือหุ้นจํานวน 1,717,091 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 92,115 ล้านบาท หรือ 5.7% จาก ณ 31 ธ.ค.66 ที่มีส่วนของผู้ถือหุ้นจํานวน 1,624,976 ล้านบาท โดยหลักจากกําไรสุทธิของ ปตท. และบริษัทย่อยใน ครึ่งปีแรก 67 สุทธิเงินปันผลจ่ายสําหรับผลการดําเนินงานช่วง ครึ่งหลังของปี 66 นอกจากนี้ องค์ประกอบอื่นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นโดยหลักจากผลต่างจากการแปลงค่างบ การเงิน รวมทั้งส่วนได้เสียที่ไม่มีอํานาจควบคุมเพิ่มขึ้นจากผลการดําเนินงานที่เป็นกําไรของบริษัทย่อย และผลต่างจากการแปลงค่างบการเงิน

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น