ความกังวลUSคลี่คลาย หนุนหุ้นไทยฟื้น 16จุด 7เดือนแรกต่างชาติขาย 1.17แสนล. ทองคำโดนขายทำกำไร หันมาถือเงินสดเพิ่ม

Uptrend4u - หุ้นไทยวันนี้ (7ส.ค.)ฟื้น 16 จุด ขยับเพิ่มตามตลาดอื่นๆทั่วโลก หลังนักลงทุนคลายกังวลเศรษฐกิจสหรัฐถดถอย คาดพรุ่งนี้ (8ส.ค.) มีโอกาสขยัยเพิ่มต่อ แต่ต้องติดตามสถานการณ์การเมืองใกล้ชิด ภาพรวม 7 เดือนแรกปีนี้ วอลุ่มเทรดหดไปจากช่วงเดียวกันปีก่อน 22% เหลืออยู่ที่ 4 หมื่นกว่าล้านต่อวัน ต่างชาติเทขายออกไปตั้งแต่ต้นปี 1.17 แสนล้านบาท ส่วนราคาทองคำ โดนเทขายหลังนักลงทุนเททำกำไรและหันไปถือเงินจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ โดยระยะสั้นกูรูแนะทยอยขายทำกำไร




ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (7 ส.ค.) Set Index ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16.54  จุด หรือ 1.30% วอลุ่มการซื้อขาย 40,025.79 ล้านบาท ปิดที่ระดับ 1,290.55 จุด ระหว่างวันต่ำสุดที่  1,282.05 จุด และทำจุดสูงสุด 1,293.94 จุด 


ภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับขึ้นตามตลาดต่างประเทศ หลังนักลงทุนคลายความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐ จากที่เจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประสานเสียงว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯไม่ได้เข้าสู่ภาวะชะลอตัว แม้อัตราว่างงานสูงเกินคาด ขณะที่รองผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ยืนยันไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ย ทำให้มีแรงซื้อเข้ามาในตลาดหุ้นไทย แม้วันนี้สถานการณ์การเมืองในประเทศ จะมีเหตุการณ์สำคัฐ ดดยเฉพาะการสั่งยุบพรรคก้าวไกล ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า Set Index วันพรุ่งนี้ (8ส.ค.) มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยเฉพาะหากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศออกมายังดีต่อเนื่อง


อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ทางเมืองในประเทศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อพรรคที่ได้รับคะแนนเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่งอย่าง "ก้าวไกล"ถูกยุบพรรคนั้น ต่อจากนี้จะมีเหตุการณ์การชุมนุมหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ทำให้เกิดความกังวล หรือความเสี่ยงต่อตลาดทุน และเศรษฐกิจมากน้อยเพียงใด เพราะเป็นดังกล่าวอาจกลายเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามากกดดันบรรยากาศการลงทุน


ก.ค.วอลุ่มหด -ต่างชาติยังขายหนัก

สำหรับภาพรวมตลาดหุ้นก.ค.67 พบว่าปรับตัวขึ้น 1.5% โดย ณ สิ้นเดือน ก.ค.ปิดที่ 1,320.86 จุด แต่ปรับลดลง 6.7% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 โดยผู้ลงทุนยังรอความชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและประเมินผลกระทบจากมาตรการเรียกความเชื่อมั่นในตลาดทุนที่เพิ่งประกาศใช้ในเดือนกรกฎาคม 2567 ขณะที่ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวดีกว่า SET Index เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ได้แก่ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค และ กลุ่มบริการ

โดย 7 เดือนแรกของปี 2567 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน อยู่ที่ 44,162 ล้านบาท ลดลง 22.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยผู้ลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 117,559 ล้านบาท นอกจากนี้ผู้ลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขายสูงสุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 27


ทองคำโดนขายทำกำไร

ส่วนด้านราคาทองคำวันนี้ (7ส.ค.)  สมาคมค้าทองคำประกาศราคาซื้อ-ขายทอง ครั้งที่ 12 เมื่อเวลา 15.52 น. ปรับขึ้น 50 บาท โดยทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 40,350.00 บาท ขายออกบาทละ 40,450.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 39,628.24 บาท ขายออกบาทละ 40,950.00 บาท

ขณะที่ นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร "วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส" (YLG) แสดงมุมมมองว่า ราคาทองคำที่ปรับลดลงมา จนล่าสุดแกว่งตัวอยู่ที่โซน 2,400 เหรียญ นั้นเป็นไปตามภาพรวมทั่วโลกที่นักลงทุนกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐที่อาจเกิดขึ้น จากความกังวลต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่แม้ว่าส่งสัญญาณการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แต่อาจจะลดดอกเบี้ยช้าเกินไปจนกระทบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะล่าสุดตัวเลขอัตราการว่างงานที่ดีดขึ้นสู่ระดับ 4.3% เป็นตัวกระตุ้นคาดการณ์การเกิด Recession ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของสัญญาณอันตราย ดังนั้นนักลงทุนจึงปิดความเสี่ยงด้วยการเทขายสินทรัพย์ทุกประเภทออกมาเพื่อถือครองเงินสด อย่างไรก็ดีในส่วนของตลาดทองคำนั้น ด้วยภาพดังกล่าว 

ทั้งนี้ในระยะสั้น แนะนำเปิดสถานะขายเก็งกำไร หากไม่ผ่านแนวต้าน 2,432-2,450 เหรียญ  และทยอยปิดทำกำไร หากราคาลงมาทดสอบแนวรับ 2,372-2,353  เหรียญ อย่างไรก็ตามในปีนี้ YLG ยังคงเป้าหมายราคาทองคำไว้ที่ 2,500 เหรียญ  ส่วนทองคำทอง 96.5% ในประเทศยังสามารถขึ้นทดสอบระดับ 42,150 บาทได้อีกครั้ง หากค่าเงินบาทอ่อนค่าอยู่ในกรอบ 35.65-36.00 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ


#uptrend #หุ้นไทย #ดัชนี #ตลาดหุ้นไทย #ทองคำ #ขายทำกำไร

ความคิดเห็น