สำนักงาน กสทช.” ร่วมปฏิบัติการ “ตำรวจไซเบอร์” ดำเนินคดีกลุ่มบุคคล ใช้โทรศัพท์ประจำที่หมายเลข 02 โทรหลอกลวง

“สำนักงาน กสทช.” ร่วมปฏิบัติการ “ตำรวจไซเบอร์” ดำเนินคดีกลุ่มบุคคล ใช้โทรศัพท์ประจำที่หมายเลข 02 โทรหลอกลวงประชาชน ในลักษณะการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี 

นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) ได้ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) หรือ ตำรวจไซเบอร์ ตรวจพบกลุ่มบุคคลใช้โทรศัพท์ประจำที่หมายเลข 02 ติดต่อหลอกลวงประชาชนในลักษณะอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลที่ไม่มีการประกอบธุรกิจจริงจำนวน 3 บริษัท และขอใช้หมายเลขโทรศัพท์ประจำที่หมายเลข 02 จำนวน 11,201 เลขหมาย จากผู้ให้บริการโทรศัพท์รายหนึ่ง ใช้งานในช่วงเดือน ม.ค.- มิ.ย. 2567 โทรหาบุคคลอื่นจำนวนกว่า 750 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนการใช้โทรศัพท์ที่มากผิดปกติ สำนักงาน กสทช. จึงได้ส่งเบอร์ให้สำนักงานตรวจแห่งชาติช่วยตรวจสอบ พบว่าบางเลขหมายในกลุ่มนี้ เป็นหมายเลขโทรศัพท์ที่มีประชาชนแจ้งความพยายามโทรหาบ่อยครั้ง ซึ่งอาจเข้าข่ายเป็นแก๊งคอลเซนเตอร์ 

นายไตรรัตน์ กล่าวว่า การใช้หมายเลขโทรศัพท์ประจำที่ที่ขึ้นต้นด้วยหมายเลข 02 ของบริษัทดังกล่าว ผ่านเทคโนโลยี SIP Trunk ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการหมายเลขโทรศัพท์ภายในองค์กรเพื่อให้บริการลูกค้า โดยใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อระบบโทรศัพท์ และสามารถโทรได้จากต่างประเทศ แม้จะเป็นเลขหมายที่ขึ้นต้นด้วย 02 โดยหมายเลขที่แสดง ณ เครื่องรับปลายทางจะแสดงเป็นหมายเลข 02 ทำให้ผู้สายปลายทางเข้าใจว่าเป็นการโทรภายในประเทศ

อย่างไรก็ดี ภายหลังที่ตรวจสอบพบว่าบริษัทที่ขอใช้หมายเลขโทรศัพท์ประจำที่ผ่านระบบ SIP Trunk เป็นบริษัทที่จดทะเบียนโดยชาวจีนซึ่งไม่มีการประกอบธุรกิจอยู่จริง สำนักงาน กสทช. จึงกำหนดมาตรการให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมพิจารณาความเหมาะสมในการขอใช้งานหมายเลขโทรศัพท์ว่ามีความเหมาะสมและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการประกอบธุรกิจหรือไม่ โดยในอนาคตจะต้องประสานงานข้อมูลจากหน่วยงานรัฐอื่น ๆ เพื่อนำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาก่อนการให้บริการ รวมทั้ง ภายหลังการให้บริการหมายเลขโทรศัพท์จะต้องตรวจสอบปริมาณการใช้บริการโทรศัพท์ดังกล่าวว่ามีปริมาณการใช้งานที่ผิดปกติหรือไม่สอดคล้องกับการประกอบธุรกิจหรือไม่อย่างไร เพื่อร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการสนับสนุนการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพ และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจังต่อไป

“สำนักงาน กสทช. ต้องขอขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันดำเนินการแก้ปัญหามิจฉาชีพ คอลเซ็นเตอร์ แม้ยังมีอยู่ แต่พวกเราก็ต้องทำงานอย่างหนักกันต่อ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน ซึ่งทุกคนก็อยากได้ความปลอดภัยพื้นฐานในชีวิตประจำวัน ผมเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้จะดีขึ้นได้ถ้าทุกหน่วยงานร่วมมือกันทำให้กับประชาชน” นายไตรรัตน์ กล่าว



 

ความคิดเห็น