เบี่ยงการจราจรทางด่วน "ศรีรัช" หน้าด่าน"ฉิมพลี" 1 เดือน ////สายหุ้นอย่ามองข้าม BEM รายได้กำไร โตต่อเนื่อง
Uptrend - BEM แจ้ง ขอเบี่ยงการจราจรทางด่วน "ศรีรัช บริเวณหน้าด่านฉิมพลี" เพื่อปรับปรุงผิวจราจร 14 ม.ค. - 14 ก.พ. ส่วนภาพรวมธุรกิจผู้บริหารมั่นใจรายได้-กำไรปี 67 เติบโตต่อเนื่องจนถึงปี 68 สอดรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM แจ้งข่าว ขอเบี่ยงการจราจรทางพิเศษศรีรัช บริเวณหน้าด่านฉิมพลี เนื่องจากมีความจำเป็นต้องปรับปรุงผิวจราจร เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้ทาง ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม - 14 กุมภาพันธ์ 2568 ตลอด 24 ชม.
โดยการปราบปรุงพื้นผิวจราจรครั้งนี้ บริษัทได้แบ่งช่วงทำงานเป็น 2 พื้นที่ ดังนี้
•พื้นที่ 2 : ในวันที่ 7 – 14 กุมภาพันธ์ 2568 ทำการเบี่ยงจราจรบริเวณหน้าด่านฉิมพลี หน้าทางเข้าตู้เก็บค่าผ่านทางที่ 1, 2 และ 3
อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้ทางสามารถสัญจรและชำระค่าผ่านทางได้ตามปกติ โดย BEM ขอความร่วมมือ ผู้ใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าว พร้อมโปรดขับรถด้วยความระมัดระวัง สังเกตป้ายเตือนจราจร ป้ายไฟ ปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรที่ได้จัดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย และ ขออภัยในความไม่สะดวก มา ณ ที่นี้ สามารถสอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. 02 664 6400
**ภาพรวมธุรกิจBEM ยังขาขึ้น
ก่อนหน้านี้ นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 68 ทั้งรายได้และกำไรคาดว่าจะสูงกว่าปี 67 ตามปริมาณจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสารถไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งในปี 68 จำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าในวันธรรมดาคาดเติบโต 10% มาเป็น 5.5 แสนเที่ยว/วัน จากปัจจุบันแตะ 5 แสนเที่ยว/วัน เป็นผลจากกิจกรรมแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามากขึ้น ได้แก่ การเปิดโครงการ One Bangkok และจะมีการเปิดโครงการ ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค บนถนนพระรามที่ 4 ขณะที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ก็มีงานต่อเนื่องตลอดปีนั่นทำให้ ภาพรวมปี 68 คาดผู้โดยสาร (7 วัน) เฉลี่ยเติบโตมากกว่า 5% โดยล่าสุดในเดือน ต.ค.67 จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยเพิ่มมาที่ 4.44 แสนเที่ยว/วัน
ขณะที่ภาพรวมในปี 67 นั้น BEM เชื่อว่าผู้โดยสารรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินน่าจะเติบโตได้ราว 7-8% และรายได้เติบโตมากกว่า 10% เพราะได้รับผลดีจากการปรับค่าโดยสาร และประมาณการกำไรคาดว่าจะทำนิวไฮที่ 3,600 ล้านบาท
****โบรกฯคาดเติบโตต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางธุรกิจ BEM ว่า กำไรQ4/67 มีโอกาสจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับ Q3/67 เพราะเป็นไตรมาสที่ไม่มีเงินปันผลรับจากTTW เหมือนในไตรมาส 2 และไตรมาส 3 แต่หากเปรียบเทียบกับงวด Q4/66 เชื่อว่าจะเห็นการฟื้นตัวของกำไรที่โดดเด่น เป็นผลจากการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินเฉลี่ย 1 บาท ตั้งแต่วันที่ 3 ก.ค. 67
จึงให้น้ำหนักลงทุน Outperform ราคาเหมาะสมปี 68 ที่ 11.00 บาท จากแนวโน้มผลดำเนินงานปกติจะเดินหน้าทำจุดสูงสุดใหม่ต่อเนื่องในช่วงหลายปีข้างหน้า สอดรับกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ล่าสุด 10 ม.ค.68 หุ้น BEM ปิดที่ 7.00 บาท/หุ้น



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น